หลังจากที่นักแสดงสาวชาวเวียดนาม-อเมริกัน เคลลี มารี ทราน (Kelly Marie Tran) ได้รับเลือกให้เป็นตัวเอกในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Star Wars : The Last Jedi ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของเธอ ว่าดูไม่สวยน่ารัก หรือไม่เหมาะสมกับการมารับบทที่โดดเด่นขนาดนี้

และด้วยกระแสกระหน่ำทางโซเชียลทำให้เธอทนรับไม่ไหว จนลบรูปภาพในอินสตาแกรมออกทั้งหมด แต่ถึงอย่างนั้นก็มีแฟนๆ บางกลุ่มที่ออกมาให้กำลังใจเธอให้ต่อสู้กับพายุลูกนี้ และยังมีเพื่อนนักแสดงจากแฟรนไซส์เดียวกันอย่าง มาร์ก ฮามิล และ จอห์น โบเยกา ออกมาเขียนข้อความให้กำลังใจเธอเช่นกัน

เคลลี มารี ทราน

ผ่านมาแล้วถึงสองเดือนหลังจากเรื่องราวทั้งหมด นักแสดงสาวก็ได้ตัดสินใจออกมาเขียนจดหมายบนเว็บไซต์ The New York Times พูดถึงประเด็นนี้ครั้งแรก และเล่าถึงแรงกดดันและการโดนดูถูกเหยียดหยามมาตลอดตั้งแต่วัยเด็ก

  ”มันไม่ใช่เพราะคำพูดของพวกเขา มันเริ่มจากที่ฉันเชื่อใจพวกเขาต่างหาก คำพูดเหล่านั้นได้ปลุกบางอย่างที่อยู่เบื้องลึกในตัวฉันขึ้นมา มันเป็นความรู้สึกเดียวกับที่ฉันรู้สึกตอนอายุ 9 ขวบฉันเลิกพูดภาษาเวียดนามตั้งแต่นั้นมา เพราะฉันได้ยินเด็กคนอื่นล้อเลียนฉัน”

  ”ตอนอายุ 17 ฉันไปดินเนอร์แฟนหนุ่มผิวขาวและครอบครัวของเขา พร้อมกับสั่งอาหารด้วยสำเนียงภาษาอังกฤษที่ยอดเยี่ยม จนทำให้บริกรตะลึงจนเขาพูดกลับมาว่า ‘ว้าว น่ารักจัง คุณมากับนักเรียนแลกเปลี่ยนเหรอเนี่ย'”

  ”คำพูดของพวกเขาสร้างความแข็งแกร่งให้ฉันมาตลอดชีวิต ฉันเป็นแค่ ‘คนอื่น’ และยังไม่ดีมากพอ เพียงเพราะฉันไม่เหมือนกับพวกเขา และความรู้สึกนั้นทำให้ฉันรู้ตัวว่า มันน่าละอาย อายต่อสิ่งที่ทำให้ฉันดูแตกต่าง อายกับวัฒนธรรมต้นกำเนิดของตัวเอง สำหรับฉันแล้ว มันน่าผิดหวังมากที่ฉันรู้สึกแบบนั้น”

  ”เพราะในสังคมเดียวกันนี้ สอนให้พวกเขาเป็นฮีโร่ ผู้ช่วยชีวิต ผู้สืบทอด สอนฉันให้มีชีวิตกับปูมหลังในเรื่องราวของพวกเขา วินิจฉัยการเจ็บป่วย สนับสนุนการตกหลุมรัก และรอพวกเขามาเยียวยา และนานมากแล้วที่ฉันเชื่อใจพวกเขา”

  เคลลีเกิดและเติบโตที่อเมริกา หลังจากพ่อแม่ของเธอลี้ภัยจากสงครามเวียดนาม เธอได้เล่าว่าพ่อแม่ของเธอเห็นความจำเป็นที่ต้องทิ้งชื่อเก่าๆ และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นแบบอเมริกัน เพื่อที่ง่ายต่อการเรียกชื่อ ในช่วงเวลานั้นเธอเคยโทษตัวเองว่าทำไมเธอถึงเกิดมาเป็นชาวเอเชีย ทำให้คนมาดูถูกต่างๆ นานา

  ”ฉันอยากจะอยู่ในโลกที่เด็กผิวสีไม่ต้องใช้ช่วงเวลาการเจริญเติบโตของเขาเพื่อหวังจะเป็นคนผิวขาว อยากอยู่ในโลกที่ผู้หญิงไม่ต้องใคร่ครวญถึงรูปลักษณ์ภายนอก การกระทำ และความเป็นอยู่ของเธอ ฉันอยากจะอยู่บนโลกที่มีคนต่างเชื้อชาติ ศาสนา ชนชั้น รสนิยมทางเพศ เพศสภาพ และความสามารถในการมองเห็นว่าพวกเขาต่างมีความเป็นมนุษย์เหมือนกัน”

  ”นี่คือโลกที่ฉันต้องการ และเป็นโลกที่ฉันจะไปให้ถึง”

  ”ฉันรู้ว่าโอกาสที่จะมาถึงฉันมันมีน้อย และรู้ว่าฉันเป็นชนกลุ่มน้อยที่จะได้รับสิทธิในการเล่าเรื่องราวชีวิตที่ได้ยินได้เห็นและได้เข้าใจ และรู้ว่ามันสำคัญยังไง ฉันเลยไม่ยอมแพ้”